“หนานซาน”
พุทธสถานแดนทักษิณของจีน
เรื่องโดย กงจื่อเสียน

พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ที่สูงที่สุดในโลก ณ เมืองซานย่า มณฑลไหหลำ ภาพจากเว็บไซต์ http://www.oct-cts.com/
——“หนานซาน” (南山) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธมามกะ คือเขตภูเขาที่อยู่ใต้สุดของแผ่นดินจีน เล่าขานกันว่าเป็นดินแดนสิริมงคล บ้างก็อ้างคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่บันทึกไว้ว่า พระโพธิสัตว์กวนอิม (觀音菩薩) เคยตรัสคำปรารถนา 12 ประการ หนึ่งในนั้นคือ “ประทับ ณ ทะเลใต้” (長居南海願) ซึ่งก็คือบริเวณใกล้เคียงเขาหนานซานแห่งนี้ หรือบ้างก็ว่าสำนวน “อายุยืนเยี่ยงเขาหนานซาน” (壽比南山) ก็หมายถึงภูเขาลูกนี้เช่นกัน ผู้คนจึงพากันเชื่อว่าอาณาบริเวณนี้เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเป็นแดนอารยธรรมแห่งพุทธะ และยังเป็นแดนแห่งความเจริญด้วยอายุ โดยบทความนี้ จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับพุทธศาสนิกชนโดยเฉพาะ
——เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน (南山文化旅遊區) เป็นอุทยานพุทธศาสนาขนาดใหญ่ของจีน พื้นที่ครอบคลุม 50 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองซานย่า (三亚) มณฑลไหหลำ (海南 ไห่หนาน) มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมราว 4 ล้านคนต่อปี อีกทั้งยังเคยได้รับรางวัลต่างๆ เช่น หน่วยงานอารยธรรมระดับประเทศ (全國文明單位) หรือหน่วยงานแบบอย่างการสร้างวัฒนธรรมที่มีคุณภาพระดับประเทศ (全國品質文化建設示範單位) เป็นต้น
——ภายในเขตท่องเที่ยวประกอบด้วยจุดเช็กอินด้านพุทธศาสนามากมาย อาทิ เอกธรรมทวาร (不二法門) วัดหนานซาน (南山寺) พระโพธิสัตว์กวนอิมเหนือสมุทร (海上觀音) หรือวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม 33 ปาง (南山三十三觀音堂) ฯลฯ จะเห็นได้ว่า ทุกหนแห่งในเขตท่องเที่ยวนี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาจีนนิกายทั้งสิ้น
-
เอกธรรมทวาร: ประตูสู่แดนศักดิ์สิทธิ์

ภาพจาก www.nanshan.com
——เอกธรรมทวาร (不二法門) คงจะเป็นจุดเช็กอินอันดับแรกสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นทางเข้าสู่เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน โดยสถาปัตยกรรมของซุ้มประตูนี้ เลียนแบบสถาปัตยกรรมจีนโบราณสมัยราชวงศ์เหนือ–ใต้ (南北朝 ค.ศ. 420–589) เมื่อย่างเท้าก้าวสู่ประตูนี้ ก็เท่ากับเข้าเขตศักดิ์สิทธิ์ของพุทธสถานแห่งหนานซาน
——ฝั่งทางเข้าจะมีป้ายคำว่า “不二” (ปู๋เอ้อร์) ประดับอยู่เหนือซุ้มประตู ซึ่งในมุมมองของพุทธศาสนาคำว่า 不二 หมายถึง หนึ่งเดียว ไม่มีสอง กล่าวคือสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนเท่าเทียม ไม่มีสิ่งใดแตกต่างกัน เพราะล้วนแต่เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยด้วยกันทั้งสิ้น หากไม่มีเหตุปัจจัยนั้นแล้ว ก็ล้วนดับสลายกลายเป็นความว่างเปล่า สอดคล้องกับป้ายคำว่า “一实” (อีสือ หมายถึง ความจริงหนึ่งเดียว) ที่อยู่อีกฝั่งของซุ้มประตู
-
วัดหนานซาน: อารามที่ใหญ่ที่สุดในไหหลำ
——วัดหนานซาน (南山寺) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน หน้าวัดหันไปยังทะเลจีนใต้ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าสง่างามตามแบบสมัยราชวงศ์ถัง (唐 ค.ศ. 618–907) ถือเป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลไหหลำ

บริเวณวัดหนานซาน ภาพจาก www.nanshan.com
——ในค.ศ. 1993 รัฐบาลจีนมีดำริจะสร้างพุทธศาสนสถานเพื่อรำลึกถึงพระเถระเจี้ยนเจิน (鑑真 ค.ศ. 688–763) ผู้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาระหว่างจีน-ญี่ปุ่น ซึ่งในอดีตกาล ขณะที่ภิกษุเจี้ยนเจินพยายามเดินทางไปยังญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 5 ก็ประสบพายุไต้ฝุ่น ทำให้เรือโดยสารถูกพัดพามาบริเวณเกาะไหหลำ เป็นเหตุให้ท่านต้องพำนักอยู่ที่นี่ชั่วคราว ระหว่างนั้น ท่านได้ทำนุบำรุงวัดในบริเวณนี้ เทศนาโปรดสาธุชน อีกทั้งนำความรู้วิชาแพทย์และวัฒนธรรมจงหยวน[1]มาสู่ท้องถิ่นไหหลำ เมื่อมีการสร้างวัดขึ้นใหม่ในภายหลัง จึงตั้งชื่อว่า “วัดหนานซาน” ตามชื่อ นิกายวินัยหนานซาน (南山律宗) ของพระเถระเจี้ยนเจิน
——พระอุโบสถของวัดหนานซาน เรียกว่า “จินถัง” (金堂) ภายในโบสถ์มีพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ประดิษฐานอยู่ องค์กลางคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน หรือพระศากยมุนีพุทธเจ้า (釋迦牟尼) องค์ทางขวาของผู้เข้าชม คือ พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (藥師佛) และองค์ทางซ้ายของผู้เข้าชม คือ พระอมิตาภะพุทธเจ้า (阿彌陀佛) รายล้อมด้วยรูปปั้น 16 อรหันต์ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นรูปปั้นอรหันต์ที่แพร่หลายรุ่นแรกๆ ของจีน
-
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับพระเถระเจี้ยนเจิน
——เจี้ยนเจิน (鑑真) เป็นภิกษุสมัยราชวงศ์ถัง เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่ยังเยาว์ เคยเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา รวมถึงก่อตั้งนิกายวินัย หรือ นิกายริจึ ขึ้นในญี่ปุ่น จนได้รับสมญาว่า “ไต้ซือข้ามสมุทร” (過海大師) และ “สมณะแห่งต้าถัง” (大唐和尚)

รูปปั้นภิกษุเจี้ยนเจินในวัดโทโชไดจิ (Toshodaiji Temple) ประเทศญี่ปุ่น จากเว็บไซต์ https://www.sohu.com/a/371275879_501362
——รัชศกเทียนเป่า (天寶) ปีที่ 1 (ค.ศ. 742) พระเถระเจี้ยนเจินได้รับคำเชิญจากพระสงฆ์ชาวญี่ปุ่นให้ไปเผยแผ่ศาสนา ภิกษุเจี้ยนเจินตอบรับคำเชิญ ทว่าการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยครานี้ กลับต้องเจอกับอุปสรรคต่างๆ นานา ทั้งถูกทางการขัดขวาง เจอภัยพิบัติ รวมถึงอาพาธหนักจนสูญเสียการมองเห็น ทว่าท่านก็ไม่เคยย่อท้อแต่อย่างใด กระทั่ง ค.ศ. 754 (ตรงกับรัชศกเทนเปียวโชโฮ ปีที่ 5 ของญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นการเดินทางครั้งที่ 6 ท่านก็ขึ้นฝั่งที่ญี่ปุ่นได้สำเร็จ พระเถระเจี้ยนเจินได้สร้างคุณูปการแก่ญี่ปุ่นไว้ไม่น้อย เพราะไม่เพียงเผยแผ่พุทธศาสนา แต่ยังได้ถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม อาหารการกิน รวมถึงความรู้ทางการแพทย์ของจีนให้แก่ชาวญี่ปุ่นอีกด้วย ชาวญี่ปุ่นจึงยกย่องท่านเป็นอย่างยิ่ง
-
สาระน่ารู้ของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์: ผู้สดับเสียงสรรพชีวิต
——พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (觀世音菩薩) หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “พระโพธิสัตว์กวนอิม” ทรงเป็นหนึ่งในจตุมหาโพธิสัตว์ของจีน ร่วมกับพระกษิติครรภโพธิสัตว์ (地藏菩薩) พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ (普賢菩薩) และพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (文殊菩薩) โดยพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นองค์ที่ได้รับความเคารพนับถือจากปวงชนมากที่สุด
——พระนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาจีนมีหลากหลาย เช่น “กวงซื่ออิน” (光世音) ที่แปลโดยพระธรรมรักษ์ (竺法護 Dharma-rakṣa ค.ศ. 229–306) “กวนจื้อไจ้” (觀自在) ซึ่งแปลโดยพระเถระเสวียนจั้ง (玄奘 ค.ศ. 602–664)[2] แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือชื่อ “กวนอิม” (觀音 กวนอิน) หรือ “กวนซื่ออิน” (觀世音) ที่แพร่หลายจากคัมภีร์พุทธฉบับแปลโดยพระกุมารชีพ (鳩摩羅什 ค.ศ. 343–413) อันมีความหมายว่า “สดับเสียงบนโลก” มีคำกล่าวว่า “หากผู้ใดประสบภยันตราย ขอเพียงท่องพระนามพระโพธิสัตว์กวนอิมด้วยจิตศรัทธา เมื่อพระองค์ได้ยินก็จะช่วยเหลือในทันที”[3]
——ด้วยความปรารถนาประทับ ณ ทะเลใต้ ดังนั้นเขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน จึงมีความเกี่ยวเนื่องกับพระโพธิสัตว์กวนอิมอยู่ด้วย
-
พระโพธิสัตว์กวนอิมเหนือสมุทร: แลนด์มาร์กสำคัญของเกาะไหหลำ

ภาพจากเว็บไซต์ http://www.oct-cts.com/
——“พระโพธิสัตว์กวนอิมเหนือสมุทรแห่งหนานซาน” (南山海上觀音) ตั้งอยู่บนเกาะวัชระ (金剛州) ในเขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน มีความสูง 108 เมตร สร้างจากแร่ไทเทเนียมอัลลอยด์ ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเกาะไหหลำ
——รูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม ณ ที่แห่งนี้ มีทั้งหมด 3 องค์ 3 ด้าน ซึ่งแต่ละด้านต่างก็มีลักษณะและความหมายที่แตกต่างกันออกไป
- พระหัตถ์ทรงถือกล่องคัมภีร์ (篋) องค์นี้จะหันหน้ามายังผู้เข้าชม กล่องคัมภีร์เป็นสัญลักษณ์ของปรัชญาปารมิตา ซึ่งสะท้อนถึงสติปัญญาอันเฉียบแหลม หรือการให้แสงสว่างทางปัญญาแก่สรรพชีวิตทั้งปวง
- พระหัตถ์ทรงถือประคำ (念珠) บ้างว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตา บ้างว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้น กล่าวคือเป็นอิสระจากพันธนาการทั้งปวง
- พระหัตถ์ทรงถือดอกบัว (蓮花) เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุข ความสะอาดบริสุทธิ์ของจิตใจ
——ทั้งสามองค์ยืนอยู่บนดอกบัว 108 กลีบ ด้านล่างของดอกบัวเรียกว่าบัลลังก์วัชระ (金剛寶座) ภายในเป็นตำหนักหยวนทง (圓通寶殿) มีพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร สูง 30 เมตร แบ่งเป็นชั้นใต้ดิน 1 ชั้นและบนดินอีก 6 ชั้น ภายในพระตำหนักประดิษฐานรูปเคารพพระโพธิสัตว์กวนอิมทั้งหมด 99,999 องค์
-
วิหารกวนอิม 33 ปาง และเรื่องเล่าของปางต่างๆ
——วิหารกวนอิม 33 ปาง (三十三觀音堂) มีพื้นที่ 3,300 ตารางเมตร ก่อสร้างด้วยทุน 60 ล้านหยวน และใช้ช่าง 130 กว่านายในการสร้าง ภายในวิหารจัดแสดงกลุ่มรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม 33 ปางเป็นหลัก
——กลุ่มรูปปั้นนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความวิจิตรบรรจง มีความยาว 50 เมตร หนัก 15 ตัน แต่ละปางเป็นดั่งตัวแทนความปรารถนาของมนุษย์ที่ร้องขอต่อพระโพธิสัตว์ ตัวอย่างเช่น

ภายในวิหารกวนอิม 33 ปาง ภาพจาก www.nanshan.com
- พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงมังกร (乘龍觀音) ถือเป็นปางหลักในวิหารแห่งนี้ เรื่องเล่ามีอยู่ว่าเทพแห่งโรคระบาด (瘟神) เคยออกอาละวาดแถบทะเลใต้จนเหล่าชาวบ้านเจ็บไข้ได้ป่วยไม่อาจอยู่อย่างเป็นสุข พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงทราบเรื่อง จึงตั้งปณิธานจะประทับอยู่ที่ทะเลใต้เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา เมื่อเซิ่งเหยี่ยน (聖衍) โอรสองค์ที่ 5 ของมังกรเจ้าสมุทรรู้เข้าจึงอาสาเป็นพาหนะให้พระโพธิสัตว์เดินทางปัดเป่าทุกข์ภัย เทศนาและเผยแผ่หลักธรรมแก่ปวงชน จนแผ่นดินแถบทะเลใต้สงบสุข ด้วยเหตุนี้ “พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงมังกร” จึงเป็นที่นิยมสร้างและกราบไหว้บูชาในหมู่ชาวบ้าน
- พระโพธิสัตว์กวนอิมถือกิ่งหยางหลิ่ว (楊柳觀音) พระหัตถ์ซ้ายทรงถือกิ่งหยางหลิ่ว พระหัตถ์ขวาทรงถือแจกันหยก ประทับบนโขดหิน ตำนานเล่าขานว่า ในสมัยโบราณ สภาพสังคมแถบจงหยวน (中原) เสื่อมโทรมอย่างหนัก ทั้งยังเกิดภัยแล้ง เมื่อพระโพธิสัตว์กวนอิมทราบเรื่องจึงเดินทางมาเทศนาหลักธรรม ปรับความคิดของเหล่าประชาชนทั้งหลายจนสังคมกลับมามีระเบียบ อีกทั้งยังนำกิ่งหยางหลิ่วออกมาจากแจกันหยก และประพรมน้ำทิพย์ทั่วแดนจนเกิดฝนตก ปัญหาภัยแล้งจึงยุติลง
- พระโพธิสัตว์กวนอิมประทานบุตร (送子觀音) ถือเป็นอีกปางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กล่าวกันว่ามีสามีภรรยาคู่หนึ่งร่วมเรียงเคียงหมอนมาเนิ่นนาน แต่ไม่มีทายาทสักที ผู้เป็นสามีจึงสร้างวัดกวนอิมขึ้น พร้อมประดิษฐ์ให้ในพระกรขององค์กวนอิมทรงอุ้มทารกอยู่ด้วย หนึ่งปีต่อมา คู่สามีภรรยาคู่นี้ก็มีทายาทสืบสกุลตามที่คาดหวัง พระโพธิสัตว์กวนอิมประทานบุตรจึงเป็นที่นิยมในการขอบุตรมาตั้งแต่นั้น
——ทั้งสามปางนี้เป็นเพียงตัวอย่างและเรื่องราวเบื้องต้นเท่านั้น หากท่านผู้อ่านสนใจ สามารถเข้าชมพระโพธิสัตว์กวนอิมปางอื่นๆ ได้ที่ “วิหารกวนอิม 33 ปางแห่งหนานซาน”

เทพหลงอู่ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ภาพจาก https://k.sina.cn/article_5864380259_p15d8b576300100h5fn.html
——นอกจากกลุ่มรูปปั้นของพระโพธิสัตว์กวนอิมแล้ว ที่แห่งนี้ยังบูชา “เทพหลงอู่” (龍五爺) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (財神) ด้วย โดยเทพเจ้าพระองค์นี้ก็คือ พระโอรสของเจ้าสมุทรที่อาสาเป็นพาหนะมังกรให้พระโพธิสัตว์กวนอิมเดินทางขจัดทุกข์ให้ชาวบ้านแถบทะเลใต้นั่นเอง ทว่าแม้โรคภัยไข้เจ็บจะถูกกำจัด แต่ความยากจนข้นแค้นยังคงอยู่ เทพหลงอู่จึงตั้งปณิธานว่าจะคอยดูแลดินแดนแถบนี้ ให้ชาวประชามีกินมีใช้
-
องค์กวนอิมทองคำหยก

ภาพจาก https://www.sohu.com/a/215314217_100024280
——อีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่นับถือพระโพธิสัตว์กวนอิมก็คือ “องค์กวนอิมทองคำหยก” (金玉觀世音) ที่ประดิษฐานอยู่ในหอกวนอิมผู้หลุดพ้น (得在自在觀音閣) สำหรับพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์นี้ เป็นปางอโมฆบาศ มีความสูง 3.8 เมตร สร้างจากทองคำมากกว่า 100 กิโลกรัม เพชรจากแอฟริกาใต้มากกว่า 120 กะรัต ทับทิมและไพลินกว่าพันเม็ด อีกทั้งมรกต ปะการัง พลอยสีขี้นกการเวก (เทอร์คอยซ์) ไข่มุก รวมถึงหยกและของล้ำค่าอื่นๆ อีกกว่าร้อยกิโลกรัม มีมูลค่ารวมถึง 192 ล้านหยวน นอกจากนี้ภายในองค์พระยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ด้วย เมื่อ ค.ศ. 1999 ได้รับการบันทึกจาก Guinness Book of World Records ว่าเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมทองคำหยกองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
——นอกจากจะเป็นพุทธสถานแล้ว เขตท่องเที่ยวแห่งนี้ยังรายล้อมไปด้วยจุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีความหมายในการเจริญด้วยอายุและสิริมงคล ไม่ว่าจะเป็นต้นสนมิชราหนานซาน (南山不老松ต้นดราแคนน่า) หุบเขาอายุวัฒนา (長壽谷) หรือ ต้นไม้อธิษฐาน (祈禱樹) ดังนั้นเขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหนานซาน เมืองซานย่า มณฑลไหหลำ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาไม่ควรพลาด
[1] จงหยวน ดินแดนอันเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญในความคิดของชาวจีนสมัยโบราณ มีที่ตั้งอยู่ในภาคกลางค่อนไปทางภาคเหนือของจีนในปัจจุบัน ได้แก่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลเหอหนาน (ตอนกลางและตอนปลายลุ่มแม่น้ำฮวงโห) ภาคตะวันตกของมณฑลซานตง ภาคใต้ของมณฑลเหอเป่ยและมณฑลซานซี คำนี้มีความหมายโดยปริยายว่า ถิ่นศูนย์กลางอารยธรรมของจีน
[2]ชาวไทยรู้จักในนาม “พระถังซำจั๋ง” (唐三藏)
[3]《观世音菩萨普门品》云:一声称名,观世音菩萨即时观其音声,皆得解脱。